คำนวณ BMR และ TDEE (พลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวัน)
BMR คือพลังงานที่ร่างกายใช้ขณะพักเฉย ๆ ส่วน TDEE = BMR × ค่ากิจกรรม (1.2–1.9) คือพลังงานที่ใช้จริงทั้งวัน สูตร Mifflin-St Jeor: ชาย BMR = 10×น้ำหนัก + 6.25×ส่วนสูง − 5×อายุ + 5, หญิงใช้ −161 แทน +5 เช่น ชายอายุ 30 ปี หนัก 70 กก. สูง 175 ซม. ออกกำลังกายปานกลาง (×1.55) ได้ BMR 1,649 และ TDEE ประมาณ 2,556 กิโลแคลอรี/วัน
ประวัติการคำนวณ (เก็บในเครื่องนี้)
วิธีใช้คำนวณ BMR และ TDEE
- เลือกเพศ กรอกอายุ น้ำหนัก และส่วนสูง
- เลือกระดับกิจกรรมที่ตรงกับชีวิตประจำวันจริง ๆ (คนส่วนใหญ่มักเลือกสูงเกินไป ถ้าไม่แน่ใจให้เลือกระดับต่ำกว่า)
- อ่านค่า BMR, TDEE และแคลอรี่แนะนำสำหรับรักษาน้ำหนัก ลด หรือเพิ่มน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป
สูตรคำนวณ BMR และ TDEE
Mifflin-St Jeor (1990) — น้ำหนักเป็นกิโลกรัม ส่วนสูงเป็นเซนติเมตร อายุเป็นปี
ชาย: BMR = 10W + 6.25H − 5A + 5
หญิง: BMR = 10W + 6.25H − 5A − 161
Harris-Benedict ฉบับปรับปรุง (Roza & Shizgal, 1984)
ชาย: BMR = 88.362 + 13.397W + 4.799H − 5.677A
หญิง: BMR = 447.593 + 9.247W + 3.098H − 4.330A
TDEE = BMR × ค่ากิจกรรม
| ระดับกิจกรรม | ตัวคูณ |
|---|---|
| นั่งทำงาน แทบไม่ออกกำลังกาย | 1.2 |
| ออกกำลังกายเบา 1–3 วัน/สัปดาห์ | 1.375 |
| ออกกำลังกายปานกลาง 3–5 วัน/สัปดาห์ | 1.55 |
| ออกกำลังกายหนัก 6–7 วัน/สัปดาห์ | 1.725 |
| หนักมาก ใช้แรงงานทั้งวันหรือซ้อม 2 รอบ/วัน | 1.9 |
ตัวอย่างการคำนวณ
ชายอายุ 30 ปี หนัก 70 กก. สูง 175 ซม. ออกกำลังกายปานกลาง
- BMR = 10(70) + 6.25(175) − 5(30) + 5 = 700 + 1,093.75 − 150 + 5 = 1,648.75 ≈ 1,649 กิโลแคลอรี/วัน
- TDEE = 1,648.75 × 1.55 = 2,555.6 ≈ 2,556 กิโลแคลอรี/วัน
- ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป: 2,556 − 500 ≈ 2,056 กิโลแคลอรี/วัน (ลดได้ราว 0.5 กก./สัปดาห์)
- เพิ่มน้ำหนัก/สร้างกล้ามเนื้อ: 2,556 + 500 ≈ 3,056 กิโลแคลอรี/วัน
BMR กับ TDEE ต่างกันอย่างไร
BMR (Basal Metabolic Rate) คือพลังงานขั้นต่ำที่ร่างกายต้องใช้เพื่อให้หัวใจเต้น หายใจ รักษาอุณหภูมิ และให้อวัยวะทำงาน แม้นอนอยู่เฉย ๆ ทั้งวันก็ยังเผาผลาญเท่านี้ โดยทั่วไปคิดเป็น 60–70% ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ต่อวัน
TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คือพลังงานที่ใช้จริงทั้งวัน รวมการเดิน ทำงาน ออกกำลังกาย และการย่อยอาหาร คำนวณจาก BMR คูณค่ากิจกรรม ถ้ากินเท่ากับ TDEE น้ำหนักจะคงที่ กินน้อยกว่าจะลด กินมากกว่าจะเพิ่ม
ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยควรกินเท่าไร
แนวทางที่นิยมคือกินน้อยกว่า TDEE ประมาณ 500 กิโลแคลอรี/วัน ซึ่งโดยประมาณทำให้น้ำหนักลดราว 0.25–0.5 กก./สัปดาห์ และไม่ควรกินต่ำกว่า 1,200 กิโลแคลอรี/วัน สำหรับผู้หญิง หรือ 1,500 สำหรับผู้ชาย โดยไม่มีแพทย์หรือนักกำหนดอาหารดูแล เพราะเสี่ยงขาดสารอาหาร สูญเสียกล้ามเนื้อ และระบบเผาผลาญปรับตัวช้าลง
- โปรตีน: คนทั่วไปต้องการประมาณ 0.8–1.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ช่วงลดน้ำหนักหรือออกกำลังกายสม่ำเสมอแนะนำ 1.2–1.6 กรัม/กก. และผู้ที่ฝึกเวทอย่างจริงจังอาจถึง 1.6–2.2 กรัม/กก.
- ค่าที่ได้เป็นการประมาณจากสูตรประชากร คนจริงอาจต่างได้ ±10–15% ควรติดตามน้ำหนักจริง 2–3 สัปดาห์แล้วปรับแคลอรี่ตามผล
- ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนควบคุมอาหาร
คำถามที่พบบ่อย
กินต่ำกว่า BMR ได้ไหม
ไม่แนะนำ เพราะ BMR คือพลังงานขั้นต่ำที่อวัยวะต้องใช้ การกินต่ำกว่านี้ต่อเนื่องทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ประจำเดือนผิดปกติ และเผาผลาญช้าลง ควรลดจาก TDEE แทน และไม่ต่ำกว่า 1,200 (หญิง) / 1,500 (ชาย) กิโลแคลอรี่ต่อวัน
ควรเลือกระดับกิจกรรมไหน
นับเฉพาะการออกกำลังกายจริง ๆ ไม่ใช่การเดินในชีวิตประจำวัน คนทำงานออฟฟิศที่ออกกำลังกาย 3 วัน/สัปดาห์ส่วนใหญ่อยู่ที่ 1.375–1.55 ถ้าลังเลให้เลือกค่าต่ำกว่าแล้วดูผลน้ำหนักจริง
สูตร Mifflin-St Jeor กับ Harris-Benedict ต่างกันมากไหม
โดยทั่วไปต่างกันไม่เกิน 100–150 กิโลแคลอรี Mifflin-St Jeor พัฒนาจากข้อมูลคนยุคใหม่กว่าและงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าแม่นยำกว่าสำหรับคนทั่วไป จึงเป็นค่าเริ่มต้นของโปรแกรม
ลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ต้องลดกี่แคลอรี่
ไขมันในร่างกาย 1 กก. มีพลังงานประมาณ 7,700 กิโลแคลอรี การกินน้อยกว่า TDEE วันละ 500 จึงลดได้ราว 0.5 กก. ใน 1 สัปดาห์ (ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณ ร่างกายจริงมีการปรับตัว)