คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2569
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดจาก เงินได้สุทธิ = เงินได้ − ค่าใช้จ่าย (50% ไม่เกิน 100,000) − ค่าลดหย่อน − เงินบริจาค แล้วคูณอัตราขั้นบันได 0–35% โดยเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น เช่น เงินเดือน 50,000 บาท โบนัส 50,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว ประกันสังคม และประกันชีวิต 20,000 บาท มีเงินได้สุทธิ 459,500 บาท เสียภาษี 23,450 บาท
ประวัติการคำนวณ (เก็บในเครื่องนี้)
วิธีใช้คำนวณภาษี 2569
- กรอกเงินเดือน (ต่อเดือนหรือรวมทั้งปี) โบนัส และรายได้ฟรีแลนซ์ 40(2) ถ้ามี
- ใส่ค่าลดหย่อนที่มี เช่น บุตร บิดามารดา ประกันชีวิต SSF RMF Thai ESG โปรแกรมตัดส่วนที่เกินเพดานให้เอง
- ใส่ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจาก 50 ทวิ แล้วดูว่าต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืน พร้อมคำแนะนำซื้อกองทุนเพิ่ม
สูตรคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน − เงินบริจาค
ภาษี = Σ (เงินได้สุทธิในแต่ละขั้น × อัตราของขั้นนั้น)
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตรา | ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 27,500 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 65,000 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 115,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 365,000 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 1,265,000 |
| เกิน 5,000,000 | 35% | — |
ค่าใช้จ่ายของเงินเดือน 40(1) และค่าจ้างทั่วไป 40(2) หักรวมกันได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
ตัวอย่างการคำนวณ
พนักงานเงินเดือน 50,000 บาท โบนัส 50,000 บาท จ่ายประกันสังคมเต็มเพดาน และซื้อประกันชีวิต 20,000 บาท บริษัทหักภาษีไว้แล้ว 20,000 บาท
- เงินได้ทั้งปี = 50,000 × 12 + 50,000 = 650,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย 50% = 325,000 แต่ไม่เกิน 100,000 → หัก 100,000 บาท
- ค่าลดหย่อน = ส่วนตัว 60,000 + ประกันสังคม 875 × 12 = 10,500 + ประกันชีวิต 20,000 = 90,500 บาท
- เงินได้สุทธิ = 650,000 − 100,000 − 90,500 = 459,500 บาท
- ภาษี = 150,000 × 0% + 150,000 × 5% + 159,500 × 10% = 0 + 7,500 + 15,950 = 23,450 บาท
- ถูกหักไว้แล้ว 20,000 บาท จึงต้องชำระเพิ่มตอนยื่นแบบ 3,450 บาท
ถ้าซื้อ SSF เพิ่มเต็มสิทธิ์ 195,000 บาท (30% ของ 650,000) ภาษีจะลดเหลือ 5,725 บาท ประหยัดได้ 17,725 บาท
เพดานค่าลดหย่อนสำคัญ ปีภาษี 2569
| รายการ | เพดาน |
|---|---|
| ส่วนตัว / คู่สมรสไม่มีเงินได้ | 60,000 / 60,000 |
| บุตร (คนที่ 2 ขึ้นไปเกิดตั้งแต่ปี 2561) | 30,000 ต่อคน (60,000 ต่อคน) |
| บิดามารดาอายุ 60+ ของตนเองและคู่สมรส | 30,000 ต่อคน สูงสุด 4 คน |
| เงินสมทบประกันสังคม | ตามจริง สูงสุด 10,500 (875 × 12) |
| ประกันชีวิต + ประกันสุขภาพตนเอง | รวม 100,000 (สุขภาพไม่เกิน 25,000) |
| ประกันสุขภาพบิดามารดา | 15,000 |
| SSF / RMF / PVD / กบข. / กอช. / ประกันบำนาญ | แต่ละรายการมีเพดานของตัวเอง และรวมกันไม่เกิน 500,000 |
| Thai ESG | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 (แยกจากกลุ่มเกษียณ) |
| ดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย | 100,000 |
| เงินบริจาค | ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน |
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Easy E‑Receipt เปลี่ยนวงเงินและเงื่อนไขทุกปี จึงให้กรอกเองในช่อง “มาตรการรัฐ (ถ้ามี)” ตามประกาศกรมสรรพากรของปีนั้น
อัตราภาษีที่แท้จริงกับอัตราขั้นสูงสุดต่างกันอย่างไร
อัตราขั้นสูงสุด (marginal rate) คืออัตราของขั้นที่เงินได้สุทธิบาทสุดท้ายตกอยู่ ใช้บอกว่าถ้าลดหย่อนเพิ่ม 1 บาทจะประหยัดภาษีกี่สตางค์ ส่วน อัตราที่แท้จริง (effective rate) คือภาษีทั้งหมดหารด้วยรายได้ทั้งปี ซึ่งต่ำกว่ามากเพราะเงินได้ส่วนล่างเสียภาษีในอัตราต่ำ ตัวอย่างข้างบนอยู่ขั้น 10% แต่เสียภาษีจริงเพียงประมาณ 3.6% ของรายได้
การเลื่อนขึ้นขั้นภาษีไม่ทำให้เงินที่ได้ “ลดลง” เพราะอัตราที่สูงขึ้นคิดเฉพาะส่วนที่เกินเพดานขั้นก่อนหน้าเท่านั้น
กรณีมีรายได้ฟรีแลนซ์เกิน 1 ล้านบาท
ผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(2)–(8) รวมกันตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ต้องคำนวณภาษี 2 วิธี คือ (1) แบบขั้นบันไดตามเงินได้สุทธิ และ (2) 0.5% ของเงินได้พึงประเมินประเภท 40(2)–(8) แล้วเสียตามวิธีที่ได้ภาษีมากกว่า แต่ถ้าวิธีที่ 2 คำนวณได้ไม่เกิน 5,000 บาทให้ยกเว้นวิธีที่ 2 โปรแกรมนี้แสดงผลวิธีที่ 2 ไว้เป็นหมายเหตุเมื่อเข้าเงื่อนไข
คำถามที่พบบ่อย
เงินเดือนเท่าไรถึงต้องเสียภาษี
ถ้ามีแต่เงินเดือนและใช้สิทธิ์เพียงค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท กับประกันสังคม 10,500 บาท เงินได้ทั้งปีต้องเกินประมาณ 320,500 บาท (ราว 26,700 บาทต่อเดือน) เงินได้สุทธิจึงจะเกิน 150,000 บาทและเริ่มเสียภาษี 5% แต่ทุกคนที่มีเงินเดือนเกิน 120,000 บาทต่อปียังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91
ปี 2569 ลดหย่อนประกันสังคมได้สูงสุดเท่าไร
ตั้งแต่ปี 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดของผู้ประกันตนมาตรา 33 ขึ้นเป็น 17,500 บาท เงินสมทบ 5% จึงสูงสุด 875 บาทต่อเดือน หรือ 10,500 บาทต่อปี (เดิม 750 บาท / 9,000 บาท) ใช้หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
SSF RMF และ Thai ESG ซื้อรวมกันได้เท่าไร
SSF (ไม่เกิน 200,000) และ RMF (ไม่เกิน 500,000) ต้องรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. กอช. และประกันบำนาญแล้วไม่เกิน 500,000 บาท ส่วน Thai ESG มีวงเงินแยกอีก 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท จึงลดหย่อนกลุ่มกองทุนรวมได้สูงสุด 800,000 บาท
ทำไมคำนวณแล้วได้เงินภาษีคืน
นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือนจากการประมาณรายได้ทั้งปี แต่ไม่รู้ค่าลดหย่อนส่วนตัวบางรายการ เช่น SSF RMF ดอกเบี้ยบ้าน หรือเงินบริจาค เมื่อยื่นแบบพร้อมค่าลดหย่อนครบ ภาษีจริงอาจต่ำกว่าที่ถูกหักไว้ จึงขอคืนส่วนต่างได้
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปได้สิทธิอะไรเพิ่ม
ผู้มีเงินได้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป หรือเป็นคนพิการที่อยู่ในประเทศไทย ได้รับยกเว้นเงินได้ 190,000 บาทแรก ก่อนนำไปคำนวณภาษี ติ๊กช่องในโปรแกรมเพื่อใช้สิทธินี้