คำนวณเงินเดือนสุทธิ (Take-home Pay)

เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือน − ประกันสังคม 5% (สูงสุด 875 บาท) − กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ − ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีรายเดือนประมาณจากภาษีทั้งปีหาร 12 เช่น เงินเดือน 35,000 บาท สะสม PVD 5% ไม่มีลดหย่อนอื่น ได้รับสุทธิประมาณ 32,047.92 บาท ต่อเดือน

อัปเดต ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครคำนวณในเครื่องของคุณ

บาท/เดือน
บาท
%
0–15% ของเงินเดือน
%
บาท
เช่น สหกรณ์ เงินกู้สวัสดิการ ค่าอาหาร (ไม่ใช่ค่าลดหย่อนภาษี)
ค่าลดหย่อนที่แจ้งนายจ้าง ส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม และ PVD นับให้แล้ว
คน
30,000 บาท/คน
คน
อายุ 60+
บาท

ช่องตัวเลขพิมพ์สูตรได้ เช่น 25000*12 · ผลลัพธ์อัปเดตทันทีเมื่อแก้ตัวเลข

ผลลัพธ์

วิธีใช้คำนวณเงินเดือนสุทธิ

  1. กรอกเงินเดือนก่อนหัก โบนัสทั้งปี และอัตราสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  2. ใส่ค่าลดหย่อนที่แจ้งฝ่ายบุคคล เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา และเบี้ยประกันชีวิต
  3. ดูเงินเข้าบัญชีต่อเดือน สลิปเงินเดือนโดยประมาณ ภาษีเดือนที่ได้โบนัส และต้นทุนนายจ้าง

วิธีคำนวณเงินเดือนสุทธิ

สุทธิ = เงินเดือน − ประกันสังคม − PVD − ภาษีหัก ณ ที่จ่าย − รายการหักอื่น

  • ประกันสังคม = 5% × ค่าจ้าง โดยค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท สูงสุด 17,500 บาท (ปี 2569–2571) → หักไม่เกิน 875 บาท/เดือน
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = ภาษีทั้งปีที่คำนวณจาก (เงินเดือน × 12 − ค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 − ค่าลดหย่อน) ÷ 12
  • เดือนที่ได้โบนัส หักภาษีเพิ่ม = ภาษีทั้งปีเมื่อรวมโบนัส − ภาษีทั้งปีจากเงินเดือนอย่างเดียว

ตัวอย่างการคำนวณ

เงินเดือน 35,000 บาท โบนัส 35,000 บาท สะสม PVD 5% ไม่มีค่าลดหย่อนอื่น

  1. ประกันสังคม = 5% × 17,500 = 875 บาท · PVD = 35,000 × 5% = 1,750 บาท
  2. ค่าลดหย่อนทั้งปี = 60,000 + 10,500 + 21,000 = 91,500 บาท
  3. เงินได้สุทธิจากเงินเดือน = 420,000 − 100,000 − 91,500 = 228,500 → ภาษี 3,925 บาท → หักเดือนละ 327.08 บาท
  4. รับสุทธิ = 35,000 − 875 − 1,750 − 327.08 = 32,047.92 บาท
  5. เมื่อรวมโบนัส ภาษีทั้งปีเป็น 5,675 บาท เดือนที่ได้โบนัสจึงถูกหักภาษีเพิ่ม 1,750 บาท

ประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนอะไร

ตั้งแต่ปี 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดสำหรับคำนวณเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 33 ปรับจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท (ใช้ปี 2569–2571) ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไปจึงถูกหักเดือนละ 875 บาท (เดิม 750 บาท) นายจ้างสมทบอีก 5% เท่ากัน เงินสมทบส่วนที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ประโยชน์ทดแทน เช่น เงินชดเชยว่างงานและบำนาญชราภาพ คำนวณจากฐานที่สูงขึ้นด้วย และยังนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง

ทำไมเงินเข้าบัญชีไม่เท่ากันทุกเดือน

  • เดือนที่ได้โบนัสหรือเงินพิเศษ นายจ้างต้องหักภาษีส่วนเพิ่มจากโบนัสในเดือนนั้น
  • ถ้ามีการขึ้นเงินเดือนกลางปี นายจ้างจะคำนวณภาษีทั้งปีใหม่และปรับยอดหักในเดือนที่เหลือ
  • ค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชัน และเบี้ยขยันเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีและอาจทำให้ภาษีเดือนนั้นสูงขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือน 30,000 บาท รับจริงเท่าไร

ถ้าไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและใช้ค่าลดหย่อนส่วนตัวกับประกันสังคม หักประกันสังคม 875 บาท ภาษีทั้งปีประมาณ 1,975 บาท (เดือนละ 164.58 บาท) รับสุทธิประมาณ 28,960.42 บาทต่อเดือน

ประกันสังคมหักสูงสุดเดือนละเท่าไร

ปี 2569–2571 หักสูงสุด 875 บาทต่อเดือน (5% ของฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท) ผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 17,500 บาทจ่าย 5% ของเงินเดือนจริง

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพทำให้เงินเดือนสุทธิลดลงแต่คุ้มไหม

เงินสะสม PVD ยังเป็นเงินของคุณ นายจ้างสมทบเพิ่มให้ และยอดสะสมหักลดหย่อนภาษีได้ จึงลดภาษีที่ถูกหักรายเดือนด้วย ผลตอบแทนรวมจึงมักคุ้มกว่าการรับเป็นเงินสด

ถูกหักภาษีรายเดือนเกินจะได้คืนไหม

ได้ เมื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ต้นปีถัดไปพร้อมค่าลดหย่อนครบ ถ้าภาษีจริงต่ำกว่ายอดที่ถูกหักตามหนังสือรับรอง 50 ทวิ จะได้รับเงินคืนส่วนต่าง

แหล่งอ้างอิง